================================================== -->

เว็บ databet88

ประชาชนสนใจข่าวโกงอาหารกลางวันเด็กมากสุด ไม่เชื่อรัฐบาลแก้ทุจริตได้ มทตั้ง คกกขับเคลื่อนสางปัญหาใน 7 วัน ดันนักโภชนาการตำบลละ 1คน เด้ง ผอรรอนุบาลขอนแก่น เซ่นข้าวมันวิญญาณไก่ คสชหนุน ปปทสอบสร้างฝายชะลอน้ำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ข่าวการทุจริต จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิย2561 เนื่องจากข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ สรุปผลได้ดังนี้ 1 5 อันดับ ข่าวการทุจริตที่ประชาชนสนใจมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 4203 ระบุอาหารกลางวันเด็กนักเรียน, อันดับ 2 ร้อยละ 4000 เงินทอนวัด, อันดับ 3 ร้อยละ 3700 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, อันดับ 4 ร้อยละ 2106 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่างๆ และอันดับ 5 ร้อยละ 2068 การทุจริตต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 2ประชาชนคิดว่า สาเหตุการทุจริต คือ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 6835 ระบุกิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว, อันดับ 2 ร้อยละ 2842 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ, อันดับ 3 ร้อยละ 1930 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง, อันดับ 4 ร้อยละ 1711 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิดๆ, อันดับ 5 ร้อยละ 1483 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 3ประชาชนคิดว่าควรจะมี วิธีการป้องกันการทุจริต คือ พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 4579 ระบุปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ จิตสำนึกที่ดี จะช่วยป้องกันการทุจริตได้, อันดับ 2 ร้อยละ 3881 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรงสามารถป้องกันได้, อันดับ 3 ร้อยละ 3121 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม, อันดับ 4 ร้อยละ 2177 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา และอันดับ 5 ร้อยละ 1324 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 4ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 4750 ระบุแก้ไขไม่ได้ เพราะการทุจริตเกิดขึ้นมานาน และมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ, อันดับ 2 ร้อยละ 3254 ไม่แน่ใจ เพราะปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯ, อันดับ 3 ร้อยละ 1996 แก้ไขได้ เพราะรัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ 5ประชาชนได้ บทเรียน อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 5187 ระบุเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก, อันดับ 2 ร้อยละ 3338 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง, อันดับ 3 ร้อยละ 2707 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข, อันดับ 4 ร้อยละ 2053 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย และอันดับ 5 ร้อยละ 1787 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกตั้งกกแก้อาหารกลางวัน ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ) กระทรวงมหาดไทย กล่าวในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง การบริหารจัดการอาหารกลางวันนักเรียนให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ มีบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท) กว่า 400 คนเข้ารับฟังว่า การกินอาหารไม่ดีทำให้เซลล์สมองของเด็กไม่เจริญเติบโต โดยเฉพาะช่วงวัย 0-5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญของชีวิต จึงอยากให้ทุกโรงเรียนของ อปท หรือโรงเรียนในสังกัดกระทรวงของศึกษาธิการ เข้ามาเป็นสมาชิกของไทยสคูลลันช์ ซึ่งเป็นโปรแกรมใช้จัดสำรับอาหารกลางวันในการช่วยอำนวยความสะดวกให้โรงเรียน วางแผนและบริหารจัดการงบประมาณค่าอาหารกลางวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง อปทจำเป็นที่จะต้องหานักโภชนาการมาประจำแต่ละจังหวัด เช่น อำเภอละ 1 คน อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเรื่อง ทางกรมได้ตั้งคณะกรรมการไปสุ่มตรวจการจัดซื้ออาหารของโรงเรียนเด็กว่ามีคุณภาพหรือไม่ ขณะที่เรื่องงบประมาณยืนยันไม่มีความล่าช้า หากในพื้นที่ทำตามกฎวางกติกาไว้ล่วงหน้าจะดำเนินสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งเรื่องขนมจีนคลุกน้ำปลาถือเป็นคุณูปการของสังคมไทย โดยจะไม่เป็นเพียงไฟไหม้ฟาง ทางกรมตระหนักดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ถูกผู้ใหญ่โกง เป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม แนะนำรายการอาหาร ช่วยทำอาหาร เข้าไปกำกับดูแลตรวจสอบลูกหลานในทุกโรงเรียนว่าอาหารที่ได้รับมีความถูกต้องตามรายการอาหารหรือไม่ เตรียมแนวทางการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพอาหารกลางวันเพื่อโภชนาการของเด็กนักเรียน เพื่อติดตามการดำเนินการของทุกโรงเรียนไปใช้ระบบไทยสคูลลันช์ (Thai School Lunch) จะวัดได้ว่ารายการอาหารมีสารอาหารครบ มีปริมาณและจำนวนที่เป็นรูปธรรม โดยคณะทำงานติดตามก็จะเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน มีนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และการมีส่วนร่วมชุมชน ผู้ปกครอง กรรมการศึกษา เพื่อจะช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีงามกับเด็กได้มากกว่าที่ผ่านมา โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จใน 7 วัน นายสุทธิพงษ์ ระบุ นายสง่า ดามาพงษ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ขอบคุณสังคมไทยที่ปลุกเรื่องขนมจีนคลุกน้ำปลาขึ้นมา ซึ่งสอนให้เรารู้ว่าการโภชนาการสำคัญต่อเด็ก และรู้ว่าคนพวกนั้นได้สร้างบาปต่อเด็ก ตราบใดปล่อยให้เด็กไทยพร่องสารอาหาร จะทำให้เด็กเตี้ย แคระแกร็น เจ็บป่วยบ่อย ด้อยสติปัญญา ส่งผลทำให้ประเทศได้คนที่ด้อยคุณภาพ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ หากจะทำให้อาหารกลางวันมีคุณภาพ ต้องทำดังนี้ 1ต้องเร่งรัดนำไทยสคูลลันช์มาใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้ตรงกับนโยบาย 40 2การพัฒนาครูและแม่ครัวที่ต้องทำอย่างจริงจัง 3จัดระบบควบคุมกำกับและติดตามไปยังจังหวัดต่างๆ 4เร่งรัดลงทุนให้เกิดนักโภชนาการในพื้นที่ 5ปรับกฎเกณฑ์ระเบียบที่มนุษย์สร้างมาแล้วมาครอบให้เด็กได้รับอาหารไม่มีคุณภาพ 6เปิดโอกาสให้ครอบครัวชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมควบคุมอาหารกลางวัน มีนักโภชนาการท้องถิ่นหรือนักจัดการอาหารและโภชนาการชุมชน 1 คนต่อ 1 ตำบล ดูแลโรงเรียนในสพฐจำนวน 5 โรงเรียน ดูแลศูนย์เด็กเล็กในสังกัด อปทอีก 5 โรงเรียน หรือมีครูโภชนาโรงเรียนละ 1 คน ดรอุไรพร จิตต์แจ้ง นักวิชาการด้านโภชนาการชุมชน สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สิ่งที่ต้องแก้ไขคือคุณภาพอาหารต้องปรับปรุง และทำอย่างไรให้ครูรู้คุณค่าอาหารและปรับปรุงได้ ทั้งนี้ เมื่อใช้โปรแกรมสคูลลันช์แล้ว ต้องมีการตรวจสอบว่าโปรแกรมไปถึงโรงครัวจริงหรือไม่ ปริมาณอาหารที่ผลิตออกมาน้อยไปหรือมากเกินไปหรือไม่ อาหารที่ซื้อมาตรงตามที่ระบุไว้หรือไม่ ดรสุปียา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัยศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม Thai School Lunch ให้ใช้ง่าย และสามารถออนไลน์เข้าไปในทุกเครื่อง ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าโรงเรียนกว่า 19,000 แห่งจะได้ใช้ระบบนี้ และจะปรับระบบให้หน่วยงานในสังกัดสามารถติดตามการจัดการอาหารของโรงเรียนตามโปรแกรมได้ ซึ่งหากพัฒนาโปรแกรม Thai School Lunch ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เอาเทคโนโลยี AI มาแทนนักโภชนาการ จัดเมนูอาหารได้ไม่ซ้ำกัน จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เด้ง ผออนุบาลขอนแก่น ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 (สพปขอนแก่น เขต 1) นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการ สพปขอนแก่น เขต 1 ได้ลงนามในคำสั่งให้นายอภิชาติ นาเลาห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ให้มาช่วยราชการที่ สพปขอนแก่น เขต 1 ตั้งแต่วันที่ 17 มิย เป็นต้นไป พร้อมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น หลังมีผู้แทนผู้ปกครองเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ว่าโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นมีการดำเนินโครงการอาหารกลางวันที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ถูกหลักสุขอนามัย โดยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จที่ สพปขอนแก่น เขต 1 แต่งตั้งขึ้น จะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ด้านนายอภิชาติ ได้เชิญผู้แทนผู้ปกครองเข้าพบ เพื่อทำความเข้าใจถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมกับกล่าวขอโทษผู้ปกครอง และรับปากว่าต่อไปคณะครูจะดูแลและตรวจสอบเรื่องอาหารที่ผู้ประกอบการนำมาส่งให้ดีขึ้นกว่านี้ จะไม่ปล่อยปละละเลยเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และตามหลักโภชนาการ อย่างไรก็ตาม ในการประมูลการจัดทำอาหารกลางวันของโรงเรียนที่ผ่านมานั้น ได้ทำการประมูลอย่างโปร่งใส โดยประกวดราคาทางอีบิดดิง (E-BIDDING) โดยที่โรงเรียนไม่เคยรู้จักผู้ที่เข้ารับการประมูลมาก่อน ทุกอย่างมีขั้นตอนการพิจารณาในการเลือกผู้ประกอบการใน 3 เรื่องคือ ราคา คุณภาพ และถูกหลักสุขอนามัย เมื่อได้ผู้ประกอบการแล้วโรงเรียนจะเดินทางไปดูที่ร้านของผู้ประกอบการอีกครั้ง เพื่อดูอาหารที่ทางร้านทำจริง จึงจะตกลงรับให้ทำอาหารกลางวันของโรงเรียนได้ ขณะที่นายดนุพล ชุมชนสัมพันธ์ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป1 ในฐานะผู้แทนผู้ปกครอง กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ติดใจที่จะเอาเรื่องกับคณะครูหรือโรงเรียน แต่การที่ผู้ปกครองส่วนมากเข้าร้องเรียนครั้งนี้ เพราะต้องการให้ผู้ประกอบการมารับผิดชอบในเรื่องของอาหารกลางวันให้ดีกว่านี้ ทั้งที่ได้รับการจัดสรรค่าอาหารในสัดส่วนที่เท่ากัน และเป็นไปตามระเบียบ แต่สิ่งที่เด็กๆ ได้รับประทานนั้นไม่ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักฐานที่เข้าร้องเรียน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน วันเดียวกัน พอหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เปิดเผยว่า คสชให้ความสำคัญกับการป้องกันและปรามทุจริตประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท) ซึ่งความร่วมมือล่าสุด คือการร่วมกันขับเคลื่อน โครงการประสานพลังเฝ้าระวังการทุจริต ของ ปปท ซึ่ง พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช มอบหมายให้กองทัพบก โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกลรส) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ให้การสนับสนุน ปปท ในการขับเคลื่อนและตรวจสอบกิจกรรม การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 1,097 แห่ง ในพื้นที่ 45 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจะมีการจัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันในวันจันทร์ที่ 28 มิยนี้ เวลา 0930 น ที่สำนักงาน ปปท

  • เยี่ยมชมบล็อก:711193
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 460
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-24 01:18:21
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ช่างไฟฟ้าชาวกาฬสินธุ์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เหตุเพราะเมื่อปลายปีก่อนแวะดื่มเหล้าที่ร้านชำแล้วเผลอเหยียบหางหมาที่ทางร้านเก็บมาเลี้ยง เห็นแค่แผลถลอกใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีน กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วต้องเข้า รพ เพราะเกิดเป็นไข้หนาวสั่น ก่อนเสียชีวิตเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อธิบดี ครชี้ เหล้าล้างแผลใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เตือนคนใกล้ชิดที่สัมผัสผู้ตายอย่าวางใจ ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ นางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี ชาวบ้านหัวงัว หมู่ 8 ตยางตลาด อยางตลาด จกาฬสินธุ์ กับญาติ เดินทางไปรับศพนายอานนท์ ภูชะนาม อายุ 42 ปี ลูกชาย โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 20 ปีของ จกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ นายอานนท์มีอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้าตามบ้าน เมื่อเดือนตุลาคม 60 หลังทำงานเสร็จได้ไปนั่งดื่มสุราในร้านขายของชำที่บ้านหัวงัว เสร็จแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน นายอานนท์ได้เผลอเหยียบหางสุนัขที่เจ้าของร้านนำมาเลี้ยงไว้ จึงถูกสุนัขกัดที่น่องขวาเป็นแผลถลอก ซึ่งนายอานนท์ได้ใช้สุราขาว 40 ดีกรีล้างแผลโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า กระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม 61 นายอานนท์มีอาการเป็นไข้หนาวสั่น จึงได้เข้ารักษาตัวที่ รพยางตลาด เมื่อวันที่ 12 มิยที่ผ่านมา และถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิย แพทย์ได้ตรวจไขสันหลัง เลือด ปัสสาวะ และปมรากผม เพื่อขอคำยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งระบุว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า แต่ด้วยอาการที่สะสมเชื้อมานาน จึงทำให้เสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) กาฬสินธุ์ พบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 42 ปี ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนกัดเมื่อ 6-8 เดือนก่อน โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย ขณะนี้หน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว อาทิ การสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ตาย และประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ขอให้พบแพทย์เพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นพสุวรรณชัยกล่าว และว่า หากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างแผล ถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์ที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70% แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง เพื่อเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ประชาชนควรยึดคาถา 5 ย เพื่อป้องกันการถูกกัด คือ 1อย่าเหยียบสุนัข 2อย่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกัน 3อย่าแหย่สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422

ที่เก็บบทความ

2015(889)

2014(14)

2013(819)

2012(491)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Shunan Online

เว็บ databet88,นายวัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ไทยรัฐทีวี เปิดเผยว่า จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในเรื่องของการขยายระยะเวลาจ่ายค่าใบอนุญาต โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจ่ายค่าโครงข่าย 50% ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ส่วนตัวมองว่าหากจะให้ดีกว่านี้อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือค่าโครงข่ายออกไปจนครบระยะเวลาสัมปทาน เช่นเดียวกับการจ่ายค่าใช้อนุญาต ด้วยการนำเงินก้อนที่เหลือมาหารกับจำนวนปีที่เหลือมาเฉลี่ยจ่ายจนครบระยะเวลาสัมปทาน เป็นการปิดฉากในศาล แต่นอกศาลน่าจะไม่จบ ไม่จบอย่างไรเดี๋ยวมาว่ากัน พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ รองนายกฯกล่าวถึงกรณีองค์กรเครือข่ายชาวพุทธมีการนัดรวมตัวเพื่อคัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทีม แซมบ้า บราซิล กลายเป็นทีมเต็งล่าสุดที่ชนะไม่ได้ในนัดเปิดสนามของตัวเอง หลังเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ที่ รอสตอฟ อารีน่า เกมคู่ดึกคู่สุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เต็งแชมป์เวิลด์คัพ 2018 ทีมชาติบราซิล โดนยันเสมอไว้ได้ในเกมนัดเปิดสนามกลุ่ม อี แม้จะได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 20 จากลูกยิงไซด์โค้งอย่างสุดสวยของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ไปเสียท่าในครึ่งหลัง เริ่มเล่นได้ 5 นาที โดนลูกปัญหา จากจังหวะเตะมุม ที่ โรนัลด์ ซูเบอร์ โขกเข้าไปเสียบตาข่ายได้ง่ายๆ แต่ดูภาพช้า นักเตะสวิส ผลัก มิรันดา กองหลังแซมบ้า ก่อนเทคตัว จังหวะนี้ นักเตะบราซิล พากันประท้วงเพราะเกิดการผลักชัดเจน แต่ผู้ตัดสินชาวเม็กซิกัน เซซาร์ อาร์ตูโร่ รามอส กลับปฏิเสธที่จะดู VAR ส่วนนักเตะสวิสที่วิ่งดีใจกันไป ก็แอบมีเสียว เหลียวกลับมาเหลือบดูท่าทีของผู้ตัดสินเช่นกันว่า จะให้ประตูไปเลยหรือไม่ หลังจากนั้น บราซิล พยายามบุกให้หนักขึ้น แต่ สวิตเซอร์แลนด์ อาศัยเกมหนัก จนยันสกอร์นี้ไว้ได้ จบเกมพลิกล็อคไปอีกคู่ เสมอ 1-1 พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆปลุกผีนิรโทษกรรม! เอนก ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง ท้องถิ่น ส่อยาว 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(807) | แสดงความคิดเห็น(18) | ส่งต่อ(170) |
บทความยอดนิยมที่เกี่ยวข้อง
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ชิง Shengzu Xuanye 2021-06-24

ตามอ่อนแอ คิว บิ๊กตู่ ไปนอกเยือน อังกฤษ-ฝรั่งเศส 19-25 มิยนี้ 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 09:57 น

ประชาชนสนใจข่าวโกงอาหารกลางวันเด็กมากสุด ไม่เชื่อรัฐบาลแก้ทุจริตได้ มทตั้ง คกกขับเคลื่อนสางปัญหาใน 7 วัน ดันนักโภชนาการตำบลละ 1คน เด้ง ผอรรอนุบาลขอนแก่น เซ่นข้าวมันวิญญาณไก่ คสชหนุน ปปทสอบสร้างฝายชะลอน้ำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ข่าวการทุจริต จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิย2561 เนื่องจากข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ สรุปผลได้ดังนี้ 1 5 อันดับ ข่าวการทุจริตที่ประชาชนสนใจมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 4203 ระบุอาหารกลางวันเด็กนักเรียน, อันดับ 2 ร้อยละ 4000 เงินทอนวัด, อันดับ 3 ร้อยละ 3700 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, อันดับ 4 ร้อยละ 2106 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่างๆ และอันดับ 5 ร้อยละ 2068 การทุจริตต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 2ประชาชนคิดว่า สาเหตุการทุจริต คือ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 6835 ระบุกิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว, อันดับ 2 ร้อยละ 2842 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ, อันดับ 3 ร้อยละ 1930 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง, อันดับ 4 ร้อยละ 1711 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิดๆ, อันดับ 5 ร้อยละ 1483 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 3ประชาชนคิดว่าควรจะมี วิธีการป้องกันการทุจริต คือ พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 4579 ระบุปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ จิตสำนึกที่ดี จะช่วยป้องกันการทุจริตได้, อันดับ 2 ร้อยละ 3881 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรงสามารถป้องกันได้, อันดับ 3 ร้อยละ 3121 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม, อันดับ 4 ร้อยละ 2177 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา และอันดับ 5 ร้อยละ 1324 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 4ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 4750 ระบุแก้ไขไม่ได้ เพราะการทุจริตเกิดขึ้นมานาน และมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ, อันดับ 2 ร้อยละ 3254 ไม่แน่ใจ เพราะปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯ, อันดับ 3 ร้อยละ 1996 แก้ไขได้ เพราะรัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ 5ประชาชนได้ บทเรียน อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 5187 ระบุเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก, อันดับ 2 ร้อยละ 3338 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง, อันดับ 3 ร้อยละ 2707 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข, อันดับ 4 ร้อยละ 2053 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย และอันดับ 5 ร้อยละ 1787 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกตั้งกกแก้อาหารกลางวัน ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ) กระทรวงมหาดไทย กล่าวในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง การบริหารจัดการอาหารกลางวันนักเรียนให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ มีบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท) กว่า 400 คนเข้ารับฟังว่า การกินอาหารไม่ดีทำให้เซลล์สมองของเด็กไม่เจริญเติบโต โดยเฉพาะช่วงวัย 0-5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญของชีวิต จึงอยากให้ทุกโรงเรียนของ อปท หรือโรงเรียนในสังกัดกระทรวงของศึกษาธิการ เข้ามาเป็นสมาชิกของไทยสคูลลันช์ ซึ่งเป็นโปรแกรมใช้จัดสำรับอาหารกลางวันในการช่วยอำนวยความสะดวกให้โรงเรียน วางแผนและบริหารจัดการงบประมาณค่าอาหารกลางวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง อปทจำเป็นที่จะต้องหานักโภชนาการมาประจำแต่ละจังหวัด เช่น อำเภอละ 1 คน อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเรื่อง ทางกรมได้ตั้งคณะกรรมการไปสุ่มตรวจการจัดซื้ออาหารของโรงเรียนเด็กว่ามีคุณภาพหรือไม่ ขณะที่เรื่องงบประมาณยืนยันไม่มีความล่าช้า หากในพื้นที่ทำตามกฎวางกติกาไว้ล่วงหน้าจะดำเนินสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งเรื่องขนมจีนคลุกน้ำปลาถือเป็นคุณูปการของสังคมไทย โดยจะไม่เป็นเพียงไฟไหม้ฟาง ทางกรมตระหนักดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ถูกผู้ใหญ่โกง เป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม แนะนำรายการอาหาร ช่วยทำอาหาร เข้าไปกำกับดูแลตรวจสอบลูกหลานในทุกโรงเรียนว่าอาหารที่ได้รับมีความถูกต้องตามรายการอาหารหรือไม่ เตรียมแนวทางการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพอาหารกลางวันเพื่อโภชนาการของเด็กนักเรียน เพื่อติดตามการดำเนินการของทุกโรงเรียนไปใช้ระบบไทยสคูลลันช์ (Thai School Lunch) จะวัดได้ว่ารายการอาหารมีสารอาหารครบ มีปริมาณและจำนวนที่เป็นรูปธรรม โดยคณะทำงานติดตามก็จะเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน มีนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และการมีส่วนร่วมชุมชน ผู้ปกครอง กรรมการศึกษา เพื่อจะช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีงามกับเด็กได้มากกว่าที่ผ่านมา โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จใน 7 วัน นายสุทธิพงษ์ ระบุ นายสง่า ดามาพงษ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ขอบคุณสังคมไทยที่ปลุกเรื่องขนมจีนคลุกน้ำปลาขึ้นมา ซึ่งสอนให้เรารู้ว่าการโภชนาการสำคัญต่อเด็ก และรู้ว่าคนพวกนั้นได้สร้างบาปต่อเด็ก ตราบใดปล่อยให้เด็กไทยพร่องสารอาหาร จะทำให้เด็กเตี้ย แคระแกร็น เจ็บป่วยบ่อย ด้อยสติปัญญา ส่งผลทำให้ประเทศได้คนที่ด้อยคุณภาพ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ หากจะทำให้อาหารกลางวันมีคุณภาพ ต้องทำดังนี้ 1ต้องเร่งรัดนำไทยสคูลลันช์มาใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้ตรงกับนโยบาย 40 2การพัฒนาครูและแม่ครัวที่ต้องทำอย่างจริงจัง 3จัดระบบควบคุมกำกับและติดตามไปยังจังหวัดต่างๆ 4เร่งรัดลงทุนให้เกิดนักโภชนาการในพื้นที่ 5ปรับกฎเกณฑ์ระเบียบที่มนุษย์สร้างมาแล้วมาครอบให้เด็กได้รับอาหารไม่มีคุณภาพ 6เปิดโอกาสให้ครอบครัวชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมควบคุมอาหารกลางวัน มีนักโภชนาการท้องถิ่นหรือนักจัดการอาหารและโภชนาการชุมชน 1 คนต่อ 1 ตำบล ดูแลโรงเรียนในสพฐจำนวน 5 โรงเรียน ดูแลศูนย์เด็กเล็กในสังกัด อปทอีก 5 โรงเรียน หรือมีครูโภชนาโรงเรียนละ 1 คน ดรอุไรพร จิตต์แจ้ง นักวิชาการด้านโภชนาการชุมชน สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สิ่งที่ต้องแก้ไขคือคุณภาพอาหารต้องปรับปรุง และทำอย่างไรให้ครูรู้คุณค่าอาหารและปรับปรุงได้ ทั้งนี้ เมื่อใช้โปรแกรมสคูลลันช์แล้ว ต้องมีการตรวจสอบว่าโปรแกรมไปถึงโรงครัวจริงหรือไม่ ปริมาณอาหารที่ผลิตออกมาน้อยไปหรือมากเกินไปหรือไม่ อาหารที่ซื้อมาตรงตามที่ระบุไว้หรือไม่ ดรสุปียา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัยศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม Thai School Lunch ให้ใช้ง่าย และสามารถออนไลน์เข้าไปในทุกเครื่อง ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าโรงเรียนกว่า 19,000 แห่งจะได้ใช้ระบบนี้ และจะปรับระบบให้หน่วยงานในสังกัดสามารถติดตามการจัดการอาหารของโรงเรียนตามโปรแกรมได้ ซึ่งหากพัฒนาโปรแกรม Thai School Lunch ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เอาเทคโนโลยี AI มาแทนนักโภชนาการ จัดเมนูอาหารได้ไม่ซ้ำกัน จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เด้ง ผออนุบาลขอนแก่น ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 (สพปขอนแก่น เขต 1) นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการ สพปขอนแก่น เขต 1 ได้ลงนามในคำสั่งให้นายอภิชาติ นาเลาห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ให้มาช่วยราชการที่ สพปขอนแก่น เขต 1 ตั้งแต่วันที่ 17 มิย เป็นต้นไป พร้อมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น หลังมีผู้แทนผู้ปกครองเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ว่าโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นมีการดำเนินโครงการอาหารกลางวันที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ถูกหลักสุขอนามัย โดยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จที่ สพปขอนแก่น เขต 1 แต่งตั้งขึ้น จะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ด้านนายอภิชาติ ได้เชิญผู้แทนผู้ปกครองเข้าพบ เพื่อทำความเข้าใจถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมกับกล่าวขอโทษผู้ปกครอง และรับปากว่าต่อไปคณะครูจะดูแลและตรวจสอบเรื่องอาหารที่ผู้ประกอบการนำมาส่งให้ดีขึ้นกว่านี้ จะไม่ปล่อยปละละเลยเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และตามหลักโภชนาการ อย่างไรก็ตาม ในการประมูลการจัดทำอาหารกลางวันของโรงเรียนที่ผ่านมานั้น ได้ทำการประมูลอย่างโปร่งใส โดยประกวดราคาทางอีบิดดิง (E-BIDDING) โดยที่โรงเรียนไม่เคยรู้จักผู้ที่เข้ารับการประมูลมาก่อน ทุกอย่างมีขั้นตอนการพิจารณาในการเลือกผู้ประกอบการใน 3 เรื่องคือ ราคา คุณภาพ และถูกหลักสุขอนามัย เมื่อได้ผู้ประกอบการแล้วโรงเรียนจะเดินทางไปดูที่ร้านของผู้ประกอบการอีกครั้ง เพื่อดูอาหารที่ทางร้านทำจริง จึงจะตกลงรับให้ทำอาหารกลางวันของโรงเรียนได้ ขณะที่นายดนุพล ชุมชนสัมพันธ์ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป1 ในฐานะผู้แทนผู้ปกครอง กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ติดใจที่จะเอาเรื่องกับคณะครูหรือโรงเรียน แต่การที่ผู้ปกครองส่วนมากเข้าร้องเรียนครั้งนี้ เพราะต้องการให้ผู้ประกอบการมารับผิดชอบในเรื่องของอาหารกลางวันให้ดีกว่านี้ ทั้งที่ได้รับการจัดสรรค่าอาหารในสัดส่วนที่เท่ากัน และเป็นไปตามระเบียบ แต่สิ่งที่เด็กๆ ได้รับประทานนั้นไม่ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักฐานที่เข้าร้องเรียน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน วันเดียวกัน พอหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เปิดเผยว่า คสชให้ความสำคัญกับการป้องกันและปรามทุจริตประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท) ซึ่งความร่วมมือล่าสุด คือการร่วมกันขับเคลื่อน โครงการประสานพลังเฝ้าระวังการทุจริต ของ ปปท ซึ่ง พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช มอบหมายให้กองทัพบก โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกลรส) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ให้การสนับสนุน ปปท ในการขับเคลื่อนและตรวจสอบกิจกรรม การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 1,097 แห่ง ในพื้นที่ 45 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจะมีการจัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันในวันจันทร์ที่ 28 มิยนี้ เวลา 0930 น ที่สำนักงาน ปปท

ซองสาธารณะ 2021-06-24 01:18:21

คิว บิ๊กตู่ ไปนอกเยือน อังกฤษ-ฝรั่งเศส 19-25 มิยนี้ 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 09:57 น

เทียน 2021-06-24 01:18:21

เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ,ปลุกผีนิรโทษกรรม! เอนก ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง ท้องถิ่น ส่อยาว 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。 ตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งระดมทุนสร้าง ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร รพราชวิถี พร้อมจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้งบกว่า 200 ล้านบาท เมื่อเวลา 0545 น วันที่ 17 มิถุนายนนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ) นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นพเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพวชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย และ นพมานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ร่วมเปิดงาน โครงการเดิน-วิ่งการกุศล ราชวิถีมินิมาราธอน 2018 เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยมีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งเป็นระยะทาง 105 กิโลเมตรด้วย นพมานัสกล่าวว่า การจัดโครงการเดิน-วิ่งดังกล่าว เพื่อก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพราชวิถี และการจัดหาครุภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจากคุณตูน ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลและสัญลักษณ์ของการออกกำลังกายมาร่วมวิ่งภายในงานด้วย สำหรับการก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องฯ และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องใช้งบประมาณราวกว่า 200 ล้านบาท โดยจะเน้นในการจัดหาคือ กล้องที่ใช้ในการส่องตามระบบทางเดินอาหารต่างๆ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงการส่องกล้องทางทวาร ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุน สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เท่าที่ทราบมีรายได้ประมาณ 7-8 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมวิ่งนั้น ตามกำหนดคือประมาณ 5,000 คน มีผู้ติดต่อเข้ามาหลังปิดรับสมัครประมาณ 6,000 คน สำหรับประชาชนที่สนใจในการร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องฯ มีอีกหลายช่องทางในการบริจาค เช่น เว็บไซต์โรงพยาบาลราชวิถี wwwrajavithigoth/ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และในเร็วๆ นี้จะมีการรับบริจาคผ่านแอปพลิเคชันในการบริจาคแบบออนไลน์ หรือเข้ามาติดต่อด้วยตนเองที่โรงพยาบาลก็ได้ ด้าน ตูน บอดี้สแลม กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลราชวิถี ที่ให้เกียรติตนเป็นหนึ่งในนักวิ่งรายการนี้ ซึ่งก็ดีใจและมีความสุขที่จะได้มาวิ่งร่วมกับทุกคน ทั้งนี้ หลายคนเวลาเจอตนมักจะทักว่า เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย เพราะอาจเห็นว่าตนมีกิจกรรมเยอะ ซึ่งอยากจะบอกว่า หากทุกคนคิดว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนก็จะมีเวลากับมัน ถ้าร่างกายตัวเองเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล อย่าไปหวังพึ่งให้โรงพยาบาลดูแลอย่างเดียว ส่วนที่จะมีการวิ่งระดมทุนอีกหรือไม่นั้น ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ก็อยากทำ แต่ต้องดูรูปแบบและจังหวะของชีวิตด้วย สิ่งสำคัญที่มากกว่าเงินบริจาค คือเห็นทุกคนมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแบบนี้ นายธีรทัศน์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรเงินจากโครงการดังกล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนทั้งหมด 1,413 ล้านบาท ซึ่งได้มีการจัดสรรเงินก้อนแรกไปให้แก่ 11 โรงพยาบาลแล้วประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 113 ล้านก็จะทำการจัดสรรให้แก่โรงพยาบาล โดยอีกประมาณ 2 เดือน เราจะรวบรวมว่าทั้ง 11 โรงพยาบาลได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะทำข้อมูลสรุปมา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าทำโครงการนี้เกิดผลเป็นอย่างไรบ้าง。

เฉิน Jingrun 2021-06-24 01:18:21

ช่างไฟฟ้าชาวกาฬสินธุ์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เหตุเพราะเมื่อปลายปีก่อนแวะดื่มเหล้าที่ร้านชำแล้วเผลอเหยียบหางหมาที่ทางร้านเก็บมาเลี้ยง เห็นแค่แผลถลอกใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีน กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วต้องเข้า รพ เพราะเกิดเป็นไข้หนาวสั่น ก่อนเสียชีวิตเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อธิบดี ครชี้ เหล้าล้างแผลใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เตือนคนใกล้ชิดที่สัมผัสผู้ตายอย่าวางใจ ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ นางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี ชาวบ้านหัวงัว หมู่ 8 ตยางตลาด อยางตลาด จกาฬสินธุ์ กับญาติ เดินทางไปรับศพนายอานนท์ ภูชะนาม อายุ 42 ปี ลูกชาย โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 20 ปีของ จกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ นายอานนท์มีอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้าตามบ้าน เมื่อเดือนตุลาคม 60 หลังทำงานเสร็จได้ไปนั่งดื่มสุราในร้านขายของชำที่บ้านหัวงัว เสร็จแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน นายอานนท์ได้เผลอเหยียบหางสุนัขที่เจ้าของร้านนำมาเลี้ยงไว้ จึงถูกสุนัขกัดที่น่องขวาเป็นแผลถลอก ซึ่งนายอานนท์ได้ใช้สุราขาว 40 ดีกรีล้างแผลโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า กระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม 61 นายอานนท์มีอาการเป็นไข้หนาวสั่น จึงได้เข้ารักษาตัวที่ รพยางตลาด เมื่อวันที่ 12 มิยที่ผ่านมา และถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิย แพทย์ได้ตรวจไขสันหลัง เลือด ปัสสาวะ และปมรากผม เพื่อขอคำยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งระบุว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า แต่ด้วยอาการที่สะสมเชื้อมานาน จึงทำให้เสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) กาฬสินธุ์ พบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 42 ปี ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนกัดเมื่อ 6-8 เดือนก่อน โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย ขณะนี้หน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว อาทิ การสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ตาย และประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ขอให้พบแพทย์เพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นพสุวรรณชัยกล่าว และว่า หากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างแผล ถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์ที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70% แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง เพื่อเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ประชาชนควรยึดคาถา 5 ย เพื่อป้องกันการถูกกัด คือ 1อย่าเหยียบสุนัข 2อย่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกัน 3อย่าแหย่สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422, ติดตามอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ที่ wwwfacebookcom/wannaone1theworldinbkk 。กรีซ-มาซิโดเนีย ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น มาซิโดเนียเหนือ 17 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 22:25 น รัฐบาลกรีซและมาซิโดเนียลงนามความตกลงเบื้องต้นฉบับประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อประเทศของมาซิโดเนียใหม่ เป็นสาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ ยุติความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้มาตั้งแต่ปี 2534 ขณะชาวกรีกที่ไม่พอใจชุมนุมประท้วงรัฐบาล。

ซ่งชินจง 2021-06-24 01:18:21

ปลุกผีนิรโทษกรรม! เอนก ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง ท้องถิ่น ส่อยาว 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น , พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ 。กรีซ-มาซิโดเนีย ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น มาซิโดเนียเหนือ 17 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 22:25 น รัฐบาลกรีซและมาซิโดเนียลงนามความตกลงเบื้องต้นฉบับประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อประเทศของมาซิโดเนียใหม่ เป็นสาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ ยุติความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้มาตั้งแต่ปี 2534 ขณะชาวกรีกที่ไม่พอใจชุมนุมประท้วงรัฐบาล。

มังกรกา 2021-06-24 01:18:21

ก็ต้องย้อนกลับไปที่ประชาชนเป็นลำดับแรก, เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ。อึ้ง! บิ๊กป้อม ยังมึนไม่ได้ตัว อดีตพระพรหมเมธี เสียที 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 11:51 น 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

บทความยอดนิยมโปรโมชั่น แจกเครดิตให้คนเล่นบาคาร่า| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ฟรีเหรียญสล็อต| บทความยอดนิยมการตกปลาส่งคะแนนสามารถคืนเงินเป็นเงินสดได้| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี สล็อต em| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย พนันออนไลน์ ขั้นต่ํา100| บทความยอดนิยมโบนัส ฟรี 500| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี รูเล็ต| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี แจกยูสเซอร์สำหรับแทงสล็อต| บทความยอดนิยมเงินออนไลน์ตกปลาจริง| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี บาคาร่า pantip| บทความยอดนิยมลุ้นรางวัลแจ็คพอต| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย หน้า เว็บ w88| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น เงื่อนไข การ ถอนเงิน w88| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เครดิตฟรี1000| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี โปรโมชั่นคาสิโน| บทความยอดนิยมเงินฟรี สูตรบาคาร่าพารวย เจสัน| บทความยอดนิยมสูตรบาคาร่า 4 แถว| บทความยอดนิยมเกมสล็อตออนไลน์มือถือ| โปรโมชั่น ปั่นสล็อตบนมือถื| บทความยอดนิยมพา เล่น บา คารา คอม| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น ทัวร์คาสิโนลาว| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี หมุนสล็อตออนไลน์ฟรี| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี คาสิโนออนไลน์มือถือ| บทความยอดนิยมเงินฟรี เครดิต ฟรี 100| บทความยอดนิยมเงินฟรี รูเล็ตต์ออนไลน์| บทความยอดนิยมผูก บัญชี w88| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี วิธี ยืนยัน ตัว ตน happyluke| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ทดลอง เล่น คา สิ โน ออนไลน์| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เกมส์อะไรเล่นแล้วได้เงินจริง| บทความยอดนิยมเงินฟรี สล็อตออนไลน์| บทความยอดนิยมW88 Youde เครื่องสล็อตอย่างเป็นทางการ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย กิจกรรม แจก เครดิต ฟรี| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี เล่นคาสิโนยังไงให้ได้เงิน| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี king99 คาสิโน| บทความยอดนิยมเกมสล็อตออนไลน์ได้เงินจริง| บทความยอดนิยมแทงบอลฟรี| ลงทะเบียนฟรี แอดไลน์รับเครดิตฟร| บทความยอดนิยมเงินฟรี ทํางานคาสิโน มาเก๊า| บทความยอดนิยมเล่นบาคาร่า เว็บไหนดี| บทความยอดนิยมเงินฟรี bet365 ออนไลน์| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี นัก โป ก เกอร์ ที่ รวย ที่สุด| บทความยอดนิยมเว ป บอล ฟรี เสื้อ บอล| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ทางเข้า empire777| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี สล็อตแบบ5แถว | บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี เครดิต ฟรี ถอน ได้ 2561| บทความยอดนิยมเกมยิงปลาผ่านมือถือ| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ฟรี เครดิต 250| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี วิธี เล่น w88 บน มือ ถือ| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี คาสิโน ลาสเวกัส pantip| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ผลบอลวันนี้| บทความยอดนิยมเงินฟรี gclub slot เล่นผ่านเว็บ| บทความยอดนิยมวิธีการปราบปรามสล็อตแมชชีนที่จะชนะ| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สมาชิก ใหม่ เดิมพัน ฟรี 2019| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี สล็อต888| บทความยอดนิยมบาคาร่า เทคนิค| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย สูตร สล็อต แพนด้า| บทความยอดนิยมYoude Casino w88 เครื่องสล็อต| เดิมพันฟรี โปรแกมบอลวันนี| บทความยอดนิยมวิธี เดิมพัน fun88| บทความยอดนิยมเว็บพนันบอล ต่างประเทศ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เกมยิงปลาแจกเครดิตฟรี| บทความยอดนิยมเงินฟรี เครดิต ฟรี ล่าสุด| บทความยอดนิยมเงินที่ได้จากการพนันผิดไหม| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2019| บทความยอดนิยมเงินฟรี เว็บพนันบอลที่ดีที่สุด| บทความยอดนิยมมาเก๊าบาคาร่า| บทความยอดนิยมใช้สำหรับเครื่องสล็อตที่มีส่วนลดน้อย| บทความยอดนิยมฟรีสปินไม่ต้องฝากถอนได้| บทความยอดนิยมสูตรเล่นบาคาร่า w88 2019| บทความยอดนิยมเปิดบัญชีอุปกรณ์ต่อพ่วงการพนันฟุตบอล| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น 250 บาท 2019| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี royal1688 ผ่าน มือถือ| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น คาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี 2019| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น slot 888 download| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เล่นคาสิโนยังไงให้ได้เงิน| เดิมพันฟรี เล่นคาสิโนยังไงให้ได้เงิ| บทความยอดนิยมเกมยิงปลาอันดับหนึ่ง| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เล่นไพ่ออนไลน์ ได้เงินจริง pantip| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ฟรี เครดิต 500| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เล่นพนัน ภาษาอังกฤษ| บทความยอดนิยมรุ่นมือถือของเครื่องสล็อตจุดชนะเงินสด| โปรโมชั่น แจกโบนัสทดลองเล่นฟร| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น fifa55 ดี ไหม pantip| บทความยอดนิยมสล็อตแมชชีนที่เป็นมืออาชีพมากที่สุด| บทความยอดนิยมเงินฟรี วิธี แก้ เคล็ด เข้า บ่อน| เดิมพันฟรี เกมส์ยิงปลาออนไลน| บทความยอดนิยมฟรีสปินไม่ต้องฝากถอนได้| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี  มีหลายร้อยสล็อตออนไลน์อย่างฟรี| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี 2019| เดิมพันฟรี รหัสลองเข้า sbobe| บทความยอดนิยมรูเล็ตออนไลน์ มือถือ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย คาสิโน ปอยเปต ดีที่สุด| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี สล็อตออนไลน์live22|